พบอีกสองข้อดีของการให้แม่กลับมาทำงานหลังจากลาพักเพียงช่วงสั้น ๆ เพื่อไปเลี้ยงลูกน้อย นั่นก็คือ ช่วยลดความเครียด และช่วยให้แม่มีเงินสำหรับใช้จ่าย ซึ่งนักวิจัยพบว่า ทั้งสองข้อนี้มีประโยชน์ต่อคนเป็นแม่ใน พ.ศ.นี้มากมาย พร้อมแนะนำด้วยว่า ผู้หญิงยุคใหม่ควรสร้างฐานะให้มั่นคงเสียก่อนแล้วจึงค่อยมีครอบครัว - ลูก

ยังเป็นข้อถกเถียงที่ไม่จบสิ้น และนำไปสู่การศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องระหว่างการเป็นแม่ฟูลไทม์ เลี้ยงลูกอย่างเดียว กับการเป็นเวิร์กกิ้งมัม และฝากลูกไว้ให้คนอื่นช่วยเลี้ยงว่าแบบใดจะดีต่อคนเป็นแม่มากกว่ากัน ล่าสุด ผู้เชี่ยวชาญจาก Akron University และ Penn State University ก็ได้ออกมาเผยว่า การเป็นเวิร์กกิ้งมัม หรือก็คือการเป็นแม่ที่สามารถจัดสรรเวลาให้กับงานและชีวิตครอบครัวได้อย่างลงตัวนั้นจะทำให้ชีวิตมีความคล่องตัว และมีความสุขมากกว่าเมื่อเทียบกับการเป็นแม่ฟูลไทม์เพียงอย่างเดียว แถมยังลดโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคซึมเศร้าลงได้อีกด้วย

โดยนักวิจัย พบว่าการทำงานนั้นช่วยให้ผู้หญิงมีอิสระทางการเงิน ไม่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของสามี หรือผู้อื่น อีกทั้งการได้ปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างในที่ทำงานสามารถช่วยลดความเครียด ความวิตกกังวล และความเศร้าที่จะเกิดขึ้นกับคนที่เป็นแม่มือใหม่ได้มาก อย่างไรก็ดี นักวิจัยได้แนะนำว่า หากคุณเป็นผู้หญิงอายุยังน้อยควรมุ่งมั่นกับการสร้างโปรไฟล์ดี ๆ ในการทำงานเอาไว้ ก่อนที่จะมีครอบครัว และมีลูก เพราะมันจะช่วยให้คุณกลับมาเริ่มต้นกับงานได้ง่ายมากขึ้นหลังลาคลอด

"การทำงานนั้นดีต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต มันทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่าตนเองมีจุดมุ่งหมายในชีวิต มีคุณค่า และสามารถควบคุมความมั่นคงทางการเงินได้ด้วยตัวเอง นอกจากนั้น เมื่อพวกเธอไปทำงาน มันยังเป็นพื้นที่ให้ผู้หญิงได้แสดงออกถึงความสามารถ และเธอก็ได้รับค่าตอบแทนกลับมาด้วย" ศาสตราจารย์ Adrianne Frech หัวหน้าทีมวิจัยกล่าว

ทั้งนี้ จากการศึกษาข้อมูลของทีมวิจัยในกลุ่มแม่จำนวน 2,540 คน (ในช่วงปี 1978 - 1995) พบว่า เวิร์กกิ้งมัมนั้นมีความสุขและสุขภาพดีกว่าแม่ฟูลไทม์ โดยพบว่า ผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านอย่างเดียวมีโอกาสที่จะกลายเป็นคนอ้วนมากกว่าแม่ทำงาน และการอยู่บ้านเลี้ยงลูกนั้นก็ทำให้บางคนรู้สึกเครียด เศร้า วิตกกังวลมากกว่าแม่ที่ได้ออกไปทำงานอีกด้วย

"อย่างไรก็ดี หากคุณไม่มีโปรไฟล์ในการทำงานที่ดีพอ ก็คงเป็นเรื่องยากที่จะกลับไปทำงานหลังจากลาคลอด ดังนั้น เราจึงขอสนับสนุนให้ผู้หญิงอย่าละความพยายามในหน้าที่การงานและการศึกษาหาความรู้อย่างสม่ำเสมอ" ศ. Adrianne กล่าว

แม้งานวิจัยนี้จะชี้ว่าการเป็นแม่ทำงานนั้นดูจะมีความสุขในชีวิตมากกว่า แต่เราเชื่อว่าบทสรุปของการเป็นแม่นั้นก็ไม่ได้จบลงที่ตรงจุดนี้ และคงไม่สามารถกล่าวได้ว่า คุณค่าของผู้หญิงที่เสียสละลาออกจากงานเพื่อมาให้การอบรมสั่งสอนเลี้ยงดูลูกนั้นมีไม่เท่าเทียมกับผู้หญิงที่ยังทำงานอยู่ เพราะสุดท้ายแล้ว ความเสียสละทั้งสองแบบนั้นต่างก็มีเพื่อบุคคลอันเป็นที่รักที่มีชื่อว่า "ลูก" นั่นเอง

เรียบเรียงจากเดลิเมล

Comment

Comment:

Tweet